2006/Oct/01

เมื่อปี พ.ศ. 2533 ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ออกผลงานเดี่ยวของตนเองในชื่อชุด โนพลอมแพลม โดยเพลง ๆ หนึ่งที่มีเนื้อหาน่าสนใจในผลงานชุดดังกล่าว ก็คือ ภควัทคีตา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากคัมภีร์ภควัทคีตา อันเป็นส่วนหนึ่งของมหากาพย์มหาภารตะ

เพลง ภควัทคีตา มีเนื้อหาว่าด้วย การที่ กฤษณะ เตือนให้ อรชุน ตัดสินใจยิงศรออกไปเพื่อพิฆาตข้าศึกซึ่งเป็นญาติวงศ์ของ อรชุน เอง ณ มหาสงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร

ยืนยง เขียนเนื้อร้องตอนหนึ่งของเพลงดังกล่าวไว้อย่างคมคายว่า โอ้อรชุน ไยไม่ยิงศร ดูเจ้าอาวรณ์ เหนือความเป็นธรรม จิตเจ้าโลเล ใจเจ้าเหลียวหลัง แรงเจ้าอ่อนล้า ตาเจ้ามืดมัว ทั่วปฐพี มีเพียงคมศร อิทธิฤทธิ์รอน ลดความรุนแรง แสงแห่งเทวัญ อาตมันกาย กฤษณารายณ์ ชายผู้ชี้นำ ...รบเถิดอรชุน

ในนิตยสารสีสัน ปีที่ 3 ฉบับที่ 12 ซึ่งวางจำหน่ายในช่วงส่งท้ายปี พ.ศ. 2533 ปณิธาน หล่อเลิศวิทย์ นักวิจารณ์อิสระ ได้เขียนถึงเพลง ภควัทคีตา ซึ่งอยู่ในอัลบั้มโนพลอมแพลม อันเป็นหนึ่งในห้าอัลบั้มเพลงไทยสากลที่เขาชื่นชอบประจำปี พ.ศ. 2533 ลงในคอลัมน์ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบของนิตยสารวิจารณ์บันเทิงฉบับดังกล่าวว่า ...งานเดี่ยวชุดที่สี่-แต่เป็นชุดแรกในชื่อจริงของ แอ๊ด คาราบาว จึงตีเข้าแสกหน้ารัฐบาลชาติชายและปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคมแบบเนื้อ ๆ งานดนตรีใช้ได้ เนื้อหาชัด ตรง สะใจ นับได้ว่าเป็นเพลงการเมืองที่มีพลังเด่นชัดที่สุดในรอบหลายปี เพลงที่แฝงนัยไว้ได้แรงที่สุด คือ ภควัทคีตา ฟังเสียงชี้ชวนอรชุนให้แผลงศรแล้วอาจมีคนนึกเรียกหา สุจินดา ขึ้นมาบ้าง (หมายเหตุ คำที่ถูกเน้นเป็นการเน้นโดยผู้เขียนบทความชิ้นนี้ ไม่ได้ถูกเน้นโดยทางสีสัน หรือ ปณิธาน แต่อย่างใด) 

แล้วในช่วงต้นปี พ.ศ. 2534 ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว และอัลบั้มโนพลอมแพลมของเขา ก็สามารถคว้ารางวัลสีสัน อะวอร์ดส์ ประจำปี พ.ศ. 2533 ไปครองได้ถึง 2 รางวัล คือ รางวัลศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม และรางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยม

หลังจากนั้นไม่นาน ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ก็เกิดรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งมี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยกลุ่มนายทหารระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 4 เหล่า ที่เรียกตัวเอง คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)

หลังจากทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ชาติชาย ได้สำเร็จ คนชั้นกลางในกรุงเทพมหานครจำนวนมากต่างนำดอกไม้ไปมอบให้กับแกนนำรสช. เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว คะแนนนิยมของรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย กำลังตกต่ำลงอย่างหนัก ทั้งจากปัญหาคอร์รัปชั่น ไปจนถึง การถูกกล่าวหาเรื่อง คดีลอบสังหาร

ภายในเวลาไม่นานนัก รสช. ได้สรรหานายกรัฐมนตรีที่เป็นพลเรือนให้เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นการชั่วคราว อานันท์ ปันยารชุน คือ นายกรัฐมนตรีคนนั้น ตามสายตาของคนชั้นกลางและคนชั้นสูงในกรุงเทพฯ จำนวนมาก อดีตนักการทูต/อดีตนักเรียนอังกฤษ/เชื้อสายขุนนางผู้ดีเก่าคนนี้ คือนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมานับจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกัน กระบวนการยึดทรัพย์สินนักการเมืองคนสำคัญในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดก่อนหน้าก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้นจริงจัง โดยเริ่มจากการอายัดทรัพย์สินของนักการเมืองเหล่านั้นไว้ก่อน

อีกราว 1 ปีต่อมา ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2535 รัฐบาลอานันท์ 1 ได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ผลปรากฏว่า พรรคสามัคคีธรรม ที่นำโดย ณรงค์ วงศ์วรรณ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งเป็นจำนวนมากที่สุด แม้พรรคการเมืองดังกล่าวจะสามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ณรงค์กลับไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ เพราะเขามีรายชื่ออยู่ในบัญชีดำที่รัฐบาลสหรัฐฯ ห้ามเข้าประเทศ สุดท้ายแล้ว แกนนำที่สำคัญที่สุดในรสช. อย่าง พล.อ.สุจินดา คราประยูร จึงเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่เคยกล่าวคำสัตย์เอาไว้ว่า ตนเองจะไม่เข้ามาเล่นการเมืองเป็นอันขาด ทว่าหลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำรสช.คนนี้กลับแถลงออกมาว่า ตนเองจำเป็นต้อง เสียสัตย์เพื่อชาติ

เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2535 เกิดการชุมนุมใหญ่ต่อต้านรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.สุจินดา คราประยูร แกนนำการชุมนุมคือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายทหาร จปร. 7 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีความขัดแย้งกับนายทหาร จปร. 5 อันเป็นรุ่นของ พล.อ.สุจินดา พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล และพล.อ.อิสรพงษ์ หนุนภักดี แกนนำของรสช. การชุมนุมดังกล่าวถูกขับเคลื่อนโดยฝูงชนคนชั้นกลางในกทม. ที่เริ่มมีพลังแข็งแรงทั้งในทางเศรษฐกิจและสังคม จน เอนก เหล่าธรรมทัศน์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ในขณะนั้น (และอดีตนักการเมืองผู้ล้มเหลวในขณะนี้) ได้ขนานนามการชุมนุมดังกล่าวว่าเป็น ม็อบมือถือ (ขณะที่กลุ่มนักศึกษาที่เคยมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์เดือนตุลาคม พ.ศ. 2516 และ 2519 กลับไม่มีบทบาทมากเท่าที่ควรในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2535 หนังที่สามารถแสดงภาพตัวแทนของนักศึกษาในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2535 ได้อย่างน่าสนใจและสมจริง ก็คือ สยิว ของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี และ เกียรติ ศงสนันท์ ขณะที่นายกสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2535 มีชื่อว่า ปริญญา เทวนฤมิตรกุล)

ในฝูงชนที่มารวมตัวกันเพื่อชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทหารที่นำโดย พล.อ.สุจินดา นั้น มี ยืนยง ในฐานะศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดังปรากฏกายอยู่ด้วย

แล้วเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2535 ก็กลายเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่มีการเข่นฆ่าฝูงชนซึ่งมาร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาล จนเรารู้จักกันในนามของเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ

ส่วนยืนยงนั้น เขาได้หนีออกไปก่อนเหตุการณ์ความรุนแรงจะเกิดขึ้น เนื่องจากได้รับคำขู่ว่าจะมีการฆ่าหรือจับกุมตัวผู้นำการเคลื่อนไหว

หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ยืนยงได้แต่งเพลง ทะเลใจ ขึ้นมา เพื่อระลึกถึง พล.อ.อิสรพงษ์ หนุนภักดี ที่เคยเป็นคนรักใคร่ชอบพอกัน แต่สุดท้ายก็ต้องกลายมาเป็นศัตรูกันในเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะความที่จิตใจของคนเรานั้นมีความคิดที่แตกต่างกัน ขณะที่คนหนึ่งอยากเป็นใหญ่ แต่อีกคนกลับทิ้งความเป็นใหญ่ และพยายามเอาชนะใจอันยากหยั่งถึงที่เปรียบเสมือนท้องทะเลอันกว้างใหญ่ของตนเอง เพื่อจะสามารถอยู่กับใจของตนเองได้อย่างเป็นสุข (เรียบเรียงจากนิตยสาร MTV TRAX ฉบับที่ 32 เดือนกันยายน พ.ศ. 2548)

ด้วยเหตุนี้ เพลง ทะเลใจ จึงมีความข้องเกี่ยวกันอย่างลึกซึ้งกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเมื่อปี พ.ศ. 2535 และดูเหมือนจะมีความหมายที่ย้อนแย้งกันเป็นอย่างยิ่งกับเพลง ภควัทคีตา ซึ่งยืนยงเขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2533 ก่อนที่รสช.จะทำรัฐประหาร

แม้ทั้ง ทะเลใจ และ