1. เอาภาพปกของหนังสือ Democracy and National Identity in
ภาพที่ปกของหนังสือเล่มนี้ เป็นผลงานชื่อ Pink, White & Blue # 4 (The Future) โดยคุณมานิตย์ ศรีวานิชภูมิ
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถหาซื้อหนังสือเล่มนี้ได้ที่ร้าน
หรือถ้าใครไม่อยากเสียเงินเกือบ 800 บาท ก็สามารถไปยืมหนังสือเล่มนี้ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ได้จากห้องสมุดของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพราะผมเคยยืมหนังสือเล่มนี้ฉบับพิมพ์ครั้งแรกจากห้องสมุดธรรมศาสตร์ และคิดว่าห้องสมุดของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เช่น จุฬาฯ ก็น่าจะมีหนังสือเล่มนี้ฉบับพิมพ์ครั้งแรกเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ฉบับพิมพ์ครั้งแรกของหนังสือเล่มนี้จะไม่ได้ใช้ภาพของคุณมานิตย์เป็นภาพปกครับ ซึ่งสำหรับผมแล้ว ภาพปกอันมีเนื้อหาคมคายจากฝีมือของคุณมานิตย์ถือเป็นแรงดึงดูดใจสำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้ต้องตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง
ปล. ชื่อของบทที่ 6 ของหนังสือเล่มนี้ อาจทำให้แฟนหนังหลาย ๆ คน อมยิ้มได้ครับ เพราะชื่อของมันก็คือ Citizen King: Embodying Thainess
2. ขออนุญาตนำภาพปกหนังสือ ไปเมืองนอกครั้งแรก ร.ศ. 118 พระนิพนธ์ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เรียบเรียงโดย ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต มาแสดงครับ
เนื่องจาก เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ผมเดินผ่านไปพบบอร์ดบริเวณหน้าทางเข้าหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนื้อหาส่วนหนึ่งของบอร์ดดังกล่าวก็ทำการแนะนำหนังสือเล่มนี้
สิ่งที่ทำให้ผมต้องอมยิ้มขณะอ่านบอร์ดดังกล่าวก็คือ เนื้อหาส่วนหนึ่งที่ทำการแนะนำหนังสือ ไปเมืองนอกครั้งแรก ร.ศ. 118 ได้เน้นย้ำข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้นิพนธ์หนังสือเล่มนี้ทรงเป็นพระราชโอรสเพียงองค์แรกและองค์เดียวของรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นกรมพระยา (ในสมัยรัชกาลปัจจุบัน)
การเน้นย้ำข้อเท็จจริงเช่นนั้น ทำให้ผมหวนนึกไปถึงเมื่อครั้งที่ตนเอง (ขณะเป็นนักศึกษาปริญญาตรีปี 2) กำลังนั่งเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่กับ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การเรียนวิชาดังกล่าว ทำให้ผมได้ทราบถึงบทบาทสำคัญในทางการเมืองของกรมพระยาชัยนาทฯ ในช่วงทศวรรษ 2490 ทั้งในฐานะที่ทรงเป็นผู้มีบทบาทในทางการเมืองฝ่ายนิยมเจ้าคนสำคัญ และในฐานะประธานองคมนตรี แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ การเรียนวิชาดังกล่าวทำให้ผมได้รู้ว่า กรมพระยาชัยนาทฯ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์แรกและองค์เดียวของรัชกาลที่ 5 ซึ่งต้องโทษจำคุกและถูกถอดยศออกจนกลายเป็น นายรังสิตประยูรศักดิ์ ในฐานะนักโทษการเมือง ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยุคแรก ก่อนทศวรรษ 2490 และช่วงชีวิตส่วนนี้ของกรมพระยาชัยนาทฯ ก็ปรากฏอยู่ในหนังสือ ไปเมืองนอกครั้งแรก ร.ศ. 118 เช่นกัน แต่เป็นเนื้อหาในส่วนพระประวัติของพระองค์ที่เรียบเรียงโดย ม.ร.ว.ปรียนันทนา (เท่าที่ผมจำความได้ อ.สมศักดิ์ไม่เคยสอนในชั้นเรียนดังกล่าวว่า กรมพระยาชัยนาทฯ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์แรกและองค์เดียวของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงเป็นกรมพระยา เหมือน ๆ กับที่ หอสมุดปรีดีฯ ก็ไม่ได้แนะนำไว้ว่า พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสองค์แรกและองค์เดียวของรัชกาลที่ 5 ที่ต้องโทษจำคุก อย่างไรก็ตาม เรื่องราวการต้องโทษจำคุกของพระองค์ก็ถือเป็นข้อเท็จจริงในทางประวัติศาสตร์ประการสำคัญที่ผู้สนใจประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ต่างรับรู้กันเป็นอย่างดี)
นี่คือความน่าสนใจของประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มีความหมายถึงเพียงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่ยังหมายถึงการต่อสู้กันของเรื่องเล่าเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในอดีตที่ถูกสร้างขึ้นจากบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ด้วย
ปล. ในหนังสือเล่มนี้ มีคำปรารภที่ได้รับพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (กรมพระยาชัยนาทฯ มีฐานะเป็น เสด็จลุง ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในหลวงรัชกาลที่เป็น 8 และในหลวงรัชกาลปัจจุบัน) นอกจากนี้ยังมีคำนำสองชิ้นที่เขียนโดย นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (ขณะนั้นยังไม่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจุลจอมเกล้า จึงไม่มีคำนำหน้านามเป็นคุณหญิง) และศาสตราจารย์นายแพทย์สุชัย เจริญรัตนกุล สองอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสมัยรัฐบาลไทยรักไทย เพราะกระทรวงสาธารณสุขยุคนั้นเป็นผู้สนับสนุนทุนในการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ เนื่องจากกรมพระยาชัยนาทฯ เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมสาธารณสุข
3. เอาภาพจากนิตยสารสาละวินโพสต์ฉบับที่ 37 วันที่ 16 ก.พ. 31 มี.ค. 2550 มาฝากครับ
ภาพนี้เป็นภาพแรงงานอพยพชาวพม่าในมหาชัยที่ล้วนแล้วแต่ใส่ เสื้อเหลือง ครับ อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในสกู๊ป จากพม่าสู่มหาชัย ชีวิตแรงงานอพยพบนแผ่นดินพลัดถิ่น ซึ่งเขียนโดยธันวา สิริเมธี ของนิตยสารเล่มนี้ กลับไม่ได้เขียนถึงประเด็นเรื่อง แรงงานอพยพชาวพม่า และ เสื้อเหลือง แต่อย่างใด
ปล. สำหรับผู้ที่สนใจประเด็นเรื่อง แรงงานอพยพชาวพม่า และ เสื้อเหลือง สามารถหาอ่านประเด็นดังกล่าวได้จากบทความชื่อ เหลือง-ไม่เหลือง: การเมืองเรื่องสีเสื้อ ของฆัสรา ขมะวรรณ ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 31 มกราคม 2550 หน้า 13 ครับ โดยในส่วนหนึ่งของบทความดังกล่าว ฆัสราได้ยกตัวอย่างถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบรรดาแรงงานอพยพชาวพม่าของโรงงานแถบมหาชัย ซึ่งพากันใส่เสื้อเหลืองเพื่อพรางตนเองจากการถูกตรวจจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้นเธอจึงเห็นว่า ในระดับชีวิตประจำวันของแรงงานอพยพเหล่านี้ การเมืองเรื่องสีเสื้อ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนกว่าที่คนส่วนใหญ่ในสังคมไทยจะนึกถึง คือมันไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการยืนอยู่ข้างใครในการเมืองระดับประเทศ แต่มันมีอยู่ในฐานะรหัสทางวัฒนธรรมที่ คนอื่น เรียนรู้ ตีความ และเลือกหยิบฉวยใช้ในบางสถานการณ์กับผู้มีอำนาจในสังคม เพื่อความปลอดภัยในแผ่นดินใหม่ ซึ่งอ่อนไหวและแปลกแยกกับความเป็นอื่นของพวกเขา