เวลาราหู TY Syndrome
(กำพร้า แผ่นดิน)
เขารักกันทั้งเมือง เราไม่รัก
รวมกันร่วมภักดี เราพักดูด
ดื่มโอ้วเลี้ยง ไม่น้อมนำ ตามคำพูด
ยินดีเป็นบุตรอกตัญญุตา
เขาสีทองผ่องแพง เราแดงแจ๋
อิ่มอบอุ่นอกพ่อแม่ กอดยายย่า
เราหยิบมือ มิตรสหาย ภราดา
อนาถาตามชะตาประชาชน
เราพอเพียงรึเปล่า? เราไม่รู้
กินเท่าที่ทำอยู่ ไม่เคยปล้น
ปัจจัย 4 แค่หล่อเลี้ยง ความเป็นคน
สอนลูกให้เท่าทันหนทางจอมปลอม
เขาสั่งสอนลูกเขา เราไม่เกี่ยว
แค่คนเดียวว่าไม่ได้ให้ใครกล่อม
ราชครู โหราธิบดี ตรอม
ต้นสะเดาขนาดย่อมต้องถอนเอย
โดย ไม้หนึ่ง ก.กุนที
ตีพิมพ์ใน มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 2-8 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 ปีที่ 28 ฉบับที่ 1420
จริง ๆ แล้ว ผมเป็นแฟนบทกวีของไม้หนึ่ง ก.กุนที มานานพอสมควร น่าจะตั้งแต่ก่อนเรียนปริญญาตรีเสียด้วยซ้ำไป ครั้นสมัยเรียนปริญญาตรี ก็มีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่ผมมีอารมณ์เจ้าบทเจ้ากลอนจนบ้าเขียนกลอนอยู่พักใหญ่ และงานของไม้หนึ่งก็ส่งอิทธิพลอย่างสูงต่อกลอนที่ผมแต่งขึ้นในช่วงนั้น
ต่อมา อารมณ์เจ้าบทเจ้ากลอนของตนเองก็เริ่มเหือดหายไป และผมก็เริ่มหันไปสนใจหรือทำอะไรอย่างอื่น ๆ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมยังคงติดตามอ่านบทกวีที่ตีพิมพ์ลงในสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ (ในปริมาณที่น้อยมาก) อยู่เสมอ รวมทั้งบทกวีของไม้หนึ่งด้วย
หลังจากนั้น มีอยู่บ่อยครั้งทีเดียว ที่ผมอ่านงานของไม้หนึ่งแล้วไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดที่ปรากฏในบทกวีของเขานัก หรือแม้กระทั่งเมื่อย้อนกลับไปอ่านงานรวมเล่มทั้งสองเล่มของเขา ("บางเราในนคร" และ "รูปทรง มวลสาร พลังงาน และความรัก") ความประทับใจที่เคยเอ่อท้นเมื่อกาลก่อนก็ดูเหมือนจะลดทอนลงไปพอสมควร อันเนื่องมาจากความไม่สอดคล้องกันทางความคิดบางประการ
ทว่า ผมกลับเริ่มรู้สึกว่าบทกวีของไม้หนึ่งเริ่มมีพลังและความน่าสนใจแฝงอยู่อีกครั้ง หลังจากช่วงรัฐประหาร 19 กันยายนเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน บทกวีกลุ่มนี้ของไม้หนึ่งมีเนื้อหาต่อต้านรัฐประหารอย่างค่อนข้างถึงรากถึงโคนแฝงอยู่อย่างจาง ๆ ให้พอจะกระตุกจิตใจของคนอ่านได้เป็นระยะ ๆ ในช่วงแรก
แล้วบทกวีที่ทรงพลังมากชิ้นหนึ่งของไม้หนึ่งก็เดินทางมาถึง นั่นคือบทกวีที่ชื่อว่า "ไพรวัลย์รำลึก (31 ตุลาคม 2549)" ที่ตีพิมพ์ลงในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1418 (น่าเสียดายที่ในภาวะฉุกละหุกขณะนี้ ผมยังค้นหามติชนสุดสัปดาห์ฉบับดังกล่าวไม่พบ ถ้าค้นหาพบแล้ว ผมจะนำบทกวีชิ้นนั้นมาเผยแพร่ในบล็อกต่อไป)
และในมติชนสุดสัปดาห์อีกสองฉบับต่อมา คือ ฉบับที่ 1420 บทกวีที่มีเนื้อหา "แรง" มาก ๆ เท่าที่จะเผยแพร่ในสื่อกระแสหลักได้ ของไม้หนึ่ง ก็ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ออกมา ซึ่งบทกวีดังกล่าวก็คือบทกวีที่ผมนำมาเผยแพร่ไว้ในตอนต้นของงานเขียนชิ้นนี้นั่นเอง
เมื่อได้อ่านบทกวีชิ้นนี้ ก็ทำผมหวนคิดไปถึงแนวคิดของเกษียร เตชะพีระ ที่เคยเสนอว่า พื้นที่ทาง "การเมืองวัฒนธรรม" เช่น บทกวี หรือ การ์ตูน (การเมือง) ในสังคมไทยนั้น เป็นพื้นที่ที่ถูกเปิดกว้างให้มีการต่อสู้ในทางการเมืองได้อย่างแหลมคมและน่าสนใจ ชนิดที่การต่อสู้ดังกล่าวไม่สามารถจะไปปรากฏได้ในพื้นที่อื่น ๆ ของสังคม เพราะพื้นที่ทางการเมืองวัฒนธรรมดังกล่าว มีข้อได้เปรียบสำคัญประการหนึ่งคือ แนวคิดทางการเมืองที่ถูกเผยแพร่ผ่านพื้นที่นี้มักจะไม่ใช่สารที่สื่อกันอย่างตรงไปตรงมา แต่มักจะเป็นสารที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนในผลงานทางด้านวัฒนธรรม ดังนั้น ผู้อ่าน (ในกรณีของบทกวีหรือการ์ตูนการเมือง) จึงต้องขบคิดตีความถอดรหัสสารที่แฝงไว้ในผลงานทางด้านวัฒนธรรมเหล่านั้นด้วยตนเอง
ตามการตีความของผม บทกวีของไม้หนึ่ง ก.กุนที ที่เพิ่งตีพิมพ์ลงในมติชนสุดสัปดาห์เล่มล่าสุด ก็ถือเป็นผลงานทางด้านการเมืองวัฒนธรรมที่ช่วยยืนยันถึงแนวคิดข้างต้นได้เป็นอย่างดี