2008/Mar/21

นำบทสนทนาที่น่าสนใจระหว่าง อ.ทรงยศ แววหงษ์ แห่งคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (และเป็นวิทยากรประจำรายการฉายหนัง "คุยกับหนัง" ที่หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) กับทีมงานเว็บไซต์หมายเหตุสังคม ซึ่งถูกเผยแพร่ในคอลัมน์ "แฝง" ( http://www5.sac.or.th/downtoearthsocsc/modules.php?name=News&new_topic=6 ) ของเว็บไซต์ดังกล่าว ( http://www5.sac.or.th/downtoearthsocsc/index1.php ) มาฝากครับ

 

(สำหรับผู้ต้องการอ่านบทสนทนาชิ้นนี้ที่เว็บไซต์ต้นฉบับ สามารถอ่านได้ที่ http://www5.sac.or.th/downtoearthsocsc/modules.php?name=News&file=article&sid=76 )

 

 

จากบทสนทนาระหว่างทรงยศ แววหงษ์กับทีมงาน *หมายเหตุสังคม

     ในอดีต หนังไทยไม่เคยให้ความสำคัญกับชีวิตของ ‘คนตัวเล็กๆ’ หรือชนชั้นล่างในสังคมไทย แน่นอนว่าคนเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในหนังไทยตลอดมา แต่ในอดีต กลุ่มคนเหล่านี้เป็นเพียงตัวประกอบ เป็นแม่บ้านที่โผล่มาเปิดประตูบ้านให้คุณชายซึ่งเป็นพระเอก เป็นคนขับรถที่ได้แต่ขับรถให้คุณหนูไปอย่างเดียว จะมีบทพูดบ้างก็แค่ประโยคสองประโยค แต่ในปัจจุบัน กลุ่มคนเหล่านี้ถูกดึงขึ้นมาเป็นคนสำคัญของภาพยนตร์หลายเรื่อง และอาจจะถึงกับได้เป็นพระเอกนางเอกเลยทีเดียว เช่น หนังเรื่อง “เฉิ่ม” ที่มีพระเอกเป็นคนขับรถแท็กซี่ ส่วนนางเอกเป็น ‘ผู้หญิงทำงานกลางคืน’ ซึ่งเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่รางวัลและรายได้

     ‘คนตัวเล็กๆ’ ในหนังไทยได้เปลี่ยนบทบาทไปแล้วจริงหรือไม่ เปลี่ยนไปอย่างไร เพราะสาเหตุใด คือหัวข้อสนทนาที่อาจารย์ทรงยศ แววหงษ์ นั่งคุยกับทีมงานของ *หมายเหตุสังคม

‘คนตัวเล็กๆ’ เปลี่ยนบทบาทในหนังไทยไปจริงหรือไม่ อย่างไร
     โดยปกติ ‘คนตัวเล็กๆ’ มักเป็นเพียงตัวประกอบ แต่คนพวกนี้เคยได้เป็นตัวเอกมาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่งในช่วงเวลาที่มักเรียกกันว่า ‘ยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน’ ช่วงนั้น มีหนังแนว ‘เพื่อชีวิต’ ออกมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งมักนำเสนอเรื่องราวของตัวเอกที่มาจากชนชั้นล่างของสังคม เช่น คนกลางแดด เทพธิดาโรงงาน ผู้แทนนอกสภา ประชาชนนอก ครูบ้านนอก เป็นต้น ผู้สร้างหนังจะพยายามหยิบคนกลุ่มหนึ่ง (ที่คิดว่าน่าสนใจ) ขึ้นมาเผยให้เห็นชีวิตของพวกเขาให้มากที่สุด โดยนำเสนอให้เห็นว่าพวกเขาถูกกดขี่ข่มเหงและถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ที่ ‘ได้เปรียบ’ ในสังคม (เช่น นายทุน เจ้าหน้าที่รัฐ) อย่างไร ด้วยความหวังว่าในท้ายที่สุด หนังจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
โครงสร้างทางสังคม และ/หรือ ทางการเมือง

     ในช่วงถัดจากนั้นไม่นาน ก็มีการนำชีวิตหรือความเป็นอยู่ของชนชั้นสูงมาล้อเลียน เช่น “มาดามยี่หุบ” เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็น ‘สาวบ้านนอก’ ที่ชะตาชีวิตพลิกผันให้กลายเป็น ‘สาวไฮโซ’ และต้องเดินทางเข้ามาใช้ชีวิตในบ้านสุดหรูในเมืองกรุง แล้วเรื่องราวก็ดำเนินไปโดยสะท้อนให้เห็นความดัดจริตของชนชั้นสูง ซึ่งถ้าดูจากกระแสสังคมสมัยนั้น ยังเป็นช่วงของความรู้สึกที่ต้องการต่อสู้กับความไม่ยุติธรรมในเรื่องที่ชนชั้นล่างถูกกระทำและถูกโกหกหลอกลวงจากชนชั้นสูง หนังจึงออกมาในทำนองเสียดสีชีวิตอันหลอกลวงของพวกไฮโซ ซึ่งอาจจะมีนัยของการไม่ยอมรับหรือความรู้สึกต่อต้านชนชั้นเหล่านี้อยู่บ้าง

     แต่ปัจจุบัน ชนชั้นล่างกลับเป็นฝ่ายถูกนำมาล้อเลียนเสียดสีเพื่อสร้างความตลกขบขัน ถ้าดูจากตลาดภาพยนตร์ไทยที่ผ่านมา เราอาจจะพอกล่าวได้ว่าหนังที่ประสบความสำเร็จในแง่รายได้ (ซึ่งก็สะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกดูหนังประเภทนี้) คือหนังตระกูลตลกทั้งหลาย ซึ่งตัวเอกล้วนเป็น ‘คนตัวเล็กๆ’ ไม่ว่าจะเป็น “ข้ามากับพระ” “โหน่งเท่งนักเลงภูเขาทอง” “ผีหัวขาด” และอื่นๆ อีกมากมาย

     มีบ้างเหมือนกันที่หนังนำชีวิตชนชั้นล่างมานำเสนอด้วยความรู้สึกโหยหาอาลัยอดีต/ ชนบท ‘ที่แสนดีและงดงาม’ อย่างกรณี “มนต์รักทรานซิสเตอร์” (น่าสังเกตว่าหนังเรื่องนี้สร้างมาจากวรรณกรรมยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน) ตัวละครเอกมีความฝันที่จะมีชีวิตที่หลุดออกมาจากหมู่บ้าน จึงเข้าไปอยู่ในคณะวงดนตรีลูกทุ่ง เดินทางเข้ากรุง เผชิญกับความทุกข์ยากลำบากนานาประการ ต้องเจอะเจอกับความหลอกลวงไม่จริงใจของชนชั้นอื่น (นายทุน?) แล้วในท้ายที่สุด ก็ต้องกลับไปสู่อ้อมอก ‘อันอบอุ่นและจริงใจ’ ของชีวิตในชนบทอีกครั้ง หนังเรื่องนี้ส่อความรู้สึกของการโหยหาอาลัยอดีตเช่นเดียวกับเรื่อง “เรือนแพ” และ “แผลเก่า” (“ขวัญกับเรียม” ในเวอร์ชั่นใหม่)

ทำไมผู้สร้างหนังจึงเลือกที่จะหยิบ ‘คนตัวเล็กๆ’ มาเป็นตัวละครหลัก
     ดูเหมือนว่า กระแสของหนังที่หยิบยกเรื่องราวของ ‘คนตัวเล็กๆ’ หรือคนชั้นล่าง/ คนชายขอบมานำเสนอ ไม่ได้จำกัดแค่หนังไทยเท่านั้น กระแสหนังต่างชาติก็มีให้เห็นด้วยเช่นกัน มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่นำเรื่องราวธรรมดาสามัญของผู้คนที่เราพบเห็นได้ข้างทางในชีวิตประจำวันทั่วไปมาสร้างแล้วประสบความสำเร็จอย่างสูง อย่างเรื่อง Children of Heaven ที่วนเวียนอยู่กับปัญหาการหารองเท้ามาใส่ของพี่น้องที่ยากจนคู่หนึ่ง

     เกิดอะไรขึ้นที่ทำให้เกิดกระแสความนิยมนำ ‘ชีวิตเล็กๆ’ ของ ‘คนเล็กๆ’ หรือ ‘เรื่องเล็กๆ’ มาเป็นประเด็นหลักของหนัง

     เพราะไม่อาจมองข้าม ‘คนตัวเล็กๆ’ เหล่านี้อีกต่อไป?
เป็นไปได้ไหมว่า ‘คนตัวเล็กๆ’ เหล่านี้มีบทบาทสูงขึ้นและหลากหลายขึ้นในสังคมของเราจนยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่สนใจพวกเขาได้ เพราะพวกเขามีชีวิตอยู่ในทุกๆ ที่ในชีวิตประจำวันจนไม่อาจถูกมองข้ามไปได้อีกต่อไป แม้แต่ในแวดวงของการใช้ชีวิตแบบชนชั้นกลาง คนกลุ่มหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญก็ยังเป็นชนชั้นล่าง ดูได้จากชีวิตจริงของคนทำงานออฟฟิศในตึกสูงที่พอได้เวลาพักเที่ยง คนเหล่านี้ก็เดินเข้าลิฟต์เพื่อลงมากินข้าวแกง กินก๋วยเตี๋ยว กินส้มตำตามเพิงหรือร้านเล็กๆ ข้างทาง

     ดูแต่ผู้กำกับที่ชื่อ “เป็นเอก รัตนเรือง” ซึ่งถือเป็นผู้กำกับชนชั้นกลางและค่อนข้างมีหัวสมัยใหม่ ตัวละครที่อยู่ในหนังของเขาก็เป็น ‘คนตัวเล็กๆ’ เช่น ใน “ฝัน บ้า คาราโอเกะ” ซึ่งค่อนข้างประสบความสำเร็จ เขาให้นางเอกเป็นสาวเซเว่น ส่วนพระเอกเป็นมือปืนรับจ้าง

     เพราะคนอยากดูหนังตลก และหนังตลกที่ ‘ปลอดภัย’ คือหนังเกี่ยวกับ ‘คนตัวเล็กๆ’?
ปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งน่าสนใจในหนังไทยยุคปัจจุบันก็คือในอดีต ผู้ที่แสดงเป็นตลกก็เป็นได้เพียงตัวตลกตลอดกาล ไม่มีวันได้ขึ้นเป็น ‘พระเอก’ แต่ในปัจจุบัน คนที่ (ผู้คนรู้จักกันโดยทั่วไปในฐานะที่) เป็นตลกมาก่อนได้เลื่อนเป็น ‘พระเอก’ ในหนังไทยหลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จในการทำรายได้

     เป็นไปได้ไหมว่าคนอยากผ่อนคลายให้หายจากความเครียดในชีวิตจริง จึงพยายามแสวงหาอะไรที่ทำให้ตัวเองหัวเราะได้ ตลกคาเฟ่จึงประสบความสำเร็จอย่างสูง มีคนนิยมดูมากมาย ส่วนหนึ่งแน่นอนว่าคนชื่นชมความ
คมคายเรื่องปฏิภาณไหวพริบ แต่อีกส่วนหนึ่งจะมาจากการที่คนดูพอใจที่จะเห็นผู้คนทำร้ายกันด้วยหรือไม่ ด้วยคำพูดที่เชือดเฉือนกัน ด้วยการหัวเราะเยาะ ด้วยท่าทีความรุนแรง (เช่น คนดูจะพากันหัวเราะเมื่อเห็นตลกพูดอะไรผิดแล้วโดนถาดตีหัว)

     เป็นไปได้หรือไม่ที่เราไปดูหนังตลก ดูความเปิ่น ความเชย ความผิดพลาดของคนอื่น เพื่อเติมเต็มกำลังใจให้ตัวเอง อย่างตัวการ์ตูนเด็กที่ชื่อ “ชาร์ลี บราวน์” นั้น ตอนที่ปรากฏตัวใหม่ๆ เป็นเด็กฉลาดช่างคิดแต่กลับไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก เขามามีชื่อเสียงเป็นที่นิยมอย่างสูงเมื่อกลายเป็นเด็กไม่ฉลาด แถมทำอะไร ‘โง่ๆ’ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับหมาแสนรู้ของตัวเองที่ชื่อสนู้ปปี้

     เป็นไปได้ไหมว่าการเห็นความล้มเหลว การเสียท่าของตัวละครอาจช่วยให้คนส่วนใหญ่ (ที่ไม่ใช่กลุ่มคนฉลาด ประสบความสำเร็จ หรือ perfect) รู้สึกดีจากการที่มีคนอื่นๆ ที่แย่กว่าเราอีก ตลกคาเฟ่หรือหนังตลกที่ออกไปในทาง ‘โหดร้าย’ ทำนองนี้จึงช่วยเติมเต็มความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าหรือชีวิตไม่เลวร้ายจนเกินไปนักของคนดูได้

     และถ้าคิดจะนำชีวิตใครสักคนหรือสักกลุ่มมาทำให้ ‘ตลก’ สร้างความขบขันให้คนดูหัวเราะได้เต็มที่ ก็น่าจะ ‘ปลอดภัย’ กว่าที่จะนำชีวิตของ ‘คนตัวเล็กๆ’ มาทำ ไม่อย่างนั้น ชีวิตของผู้สร้างหนังเองก็อาจวุ่นวายได้เหมือนตอนที่เด๋อ ดอกสะเดาคิดจะสร้างหนัง ‘ตลก’ เรื่อง “ยอดชายนายโอ๊ก อ๊าก” แล้วต้องได้รับเกียรติ ‘เยี่ยมเยียน’ ถึงที่จากตำรวจสันติบาล

     เพราะ ‘หน้าที่’ ของหนังต่อคนดูเปลี่ยนไป?
     สมัยก่อน หนังไทยเคยทำหน้าที่ในฐานะสื่อที่ ‘เปิดโลก’ และ ‘ขายฝัน’ ให้กับชนชั้นล่างที่เป็นคนดูกลุ่มใหญ่โดยการนำเสนอเรื่องราวหรือภาพวิถีชีวิตบางอย่างซึ่งกลุ่มผู้ชมไม่คุ้นเคย อย่างหนังกลางแปลงที่มากับรถขายยาสมัยก่อนนั้น มักนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความใฝ่ฝันถึงชีวิตร่ำรวยหรูหราของชนชั้นสูง (ยิ่งถ้าเป็นเจ้าได้ยิ่งดี) อย่างคุณชายกลางและท่านชายพจน์ใน “บ้านทรายทอง” และ “ปริศนา” ซึ่งเป็นสิ่งที่คนดูส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นและไม่คุ้นเคย (เช่นเดียวกับเวลาไปดูเจ้าหญิงเจ้าชายในลิเกตามงานวัด?)

     แต่ในปัจจุบัน คนทำหนังอาจประเมินว่าคนที่ (ยังมีเวลา) เข้าโรงหนัง (อยู่) ส่วนใหญ่มักเป็นวัยรุ่น ซึ่งไม่น่าจะไปดูหนังเพื่อที่จะไปดู ‘ความฝันที่เป็นไปไม่ได้’ ของตนเองอีกต่อไป แต่น่าจะไปดูเพื่อ ‘หาเพื่อน’ ทั้งในสองแง่ กล่าวคือ แง่หนึ่งเพื่อจะได้คุยเรื่องเดียวกับเพื่อนฝูงได้ กับอีกแง่หนึ่งเพื่อหารูปแบบการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นแบบที่ตนพึงพอใจหรือทำ/ เป็นอยู่แล้ว (การปรากฏอยู่ในหนังอาจช่วยให้รู้สึกดีว่าได้รับการยอมรับจากสังคมในระดับหนึ่ง)

     เมื่อกลุ่มคนดูไปดูหนังเพื่อหารูปแบบความเป็นไปได้ของชีวิตที่ตนเองอยากจะเป็น ไม่ใช่ไปดูเพื่อตอบสนองความฝันที่เป็นไปไม่ได้เหมือนในอดีตอีกต่อไป ผู้สร้างหนังจึงต้องหยิบรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนธรรมดาซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่มา ‘เล่น’

     ซึ่งทำให้นึกเชื่อมโยงไปถึงลักษณะการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างหนึ่งที่นิยมกันมาก คือใช้มือถือถ่ายรูปตัวเอง เพื่อเก็บไว้ดูหน้าของตัวเองที่อยู่ในจอว่าเป็นอย่างไร นี่คือกระบวนการตอบสนอง self-concern ของกลุ่มคนเหล่านี้ใช่หรือไม่ ดังนั้น ก็ไม่น่าแปลกใจที่หนังไทยบางเรื่องมุ่งเน้นที่จะตอบสนองด้วยเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตในแบบของตัวเอง เป็นความเหมือนจริงที่งดงามและทุกอย่างเป็นไปตามครรลองที่คาดเดาได้ (แน่นอนที่สุดว่าตัวเอกของหนังในเรื่อง “รักแห่งสยาม” คงไม่ลุกขึ้นมาฆ่าตัวตายตอนจบจากการเป็นเกย์!)

อุดมการณ์ปัจเจกชนนิยมในหนัง?
     ที่น่าสนใจในแง่ของเนื้อหาที่เกี่ยวกับชีวิตของ ‘คนตัวเล็กๆ’ ซึ่งหนังไทยยุคใหม่พยายามนำเสนอก็คือหนังในปัจจุบันล้วนไม่แตะประเด็นของโครงสร้างสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้น ความขัดแย้งหรือความฝันต่างๆ ของผู้คนในหนังล้วนไม่เกี่ยวข้องกับมิติด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจหรือการเมืองเหมือนในช่วงประชาธิปไตยเบ่งบาน สาระหรือเจตนาที่ถูกนำเสนอผ่าน ‘คนตัวเล็กๆ’ เหล่านั้นมีแต่เรื่องราวที่ (ทำให้เชื่อ) ว่าความอดทนและความพากเพียรพยายามเท่านั้นที่จะช่วยให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาต้องเผชิญไปได้ (เช่นเดียวกับคำขวัญที่ว่า “ไม่มีความยากจนในหมู่คนขยัน”?) ในแง่นี้ ตัวละคร ‘สมัยใหม่’ เหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรจากนางเอกรุ่นก่อนๆ ที่ก้มหน้าก้มตาอดทนและพยายามทำความดีเพื่อเอาชนะใจนางร้ายทั้งหลาย

     ซึ่งอาจจะสะท้อนว่าผู้คนในสังคมยอมรับ (และถือเสมือน) ว่าเราจำเป็นต้องยอมรับสภาพการณ์อย่างที่มันเป็น ไม่ว่าจะเป็นสังคมที่เป็นแบบนี้ สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ หรือการเมือง (ที่มีรัฐบาล) แบบนี้ และการจะเอาชนะปัญหาต่างๆ ได้นั้น เราต้องยอมรับว่ามันเป็นอย่างนี้ก่อน แล้วจึงค่อยอาศัยความพยายามดิ้นรนด้วยตัวเองไปตามระบบ จึงจะสามารถประสบความสำเร็จได้

     หนังจึงสื่อว่าชีวิตที่เราอยากจะเป็นนั้น มันเป็นไปได้ถ้าเรามีความพยายาม ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับอุดมการณ์แบบปัจเจกชนนิยมที่เป็นแนวคิดแบบตัวใครตัวมัน ความสำเร็จหรือล้มเหลวล้วนขึ้นอยู่กับมือของเรา และเราไม่ควรหวังหรือสนใจอีกต่อไปว่าจะสามารถสร้างหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรืออะไรก็ตามที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเราได้ด้วยน้ำมือของเรา

     คิดๆ ดูก็น่าตลกที่ว่าถึงแม้หนังจะยกระดับ ‘คนตัวเล็กๆ’ ขึ้นมาเป็นตัวละคร ‘หลัก’ หรือเป็นพระเอกนางเอกของเรื่อง แต่เนื้อหาโดยรวมกลับช่วยตอกย้ำถึง ‘ความเล็ก’ ของพวกเขาที่ไม่อาจ (มีวันก้าวขึ้นมา?) เป็น ‘หลัก’ ให้กับสังคมได้ ได้แต่ใช้ชีวิตต่อไปอย่าง ‘คนตัวเล็กๆ’ ที่ไม่มีพลังหรือความสามารถพอที่จะขึ้นมามีบทบาทโดดเด่นในสังคม –ทั้งที่พวกเขาได้ขึ้นมามีบทบาทโดดเด่นในหนังแล้ว

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home


คนมองหนัง
View full profile