ตั้งแต่เด็กเรื่อยมาจนอายุของตัวเองเริ่มเขยิบเข้าใกล้เลข 30 มากขึ้นทุกที ผมมักมีข้อสงสัยหรือตั้งคำถามกับคำกล่าวในแวดวงบันเทิงไทยที่ว่า "บรรดานักแสดงที่สามารถเล่นบทร้ายได้เป็นอย่างดีหรือดูเนียนตานั้น จะไม่สามารถไปเดินตลาดได้ เพราะจะถูกแม่ค้าไล่ตบเอา หรือดีไม่ดีอาจจะถูกเปลือกทุเรียนฟาดหน้าเอาด้วยซ้ำไป"
สิ่งที่ทำให้ผมสงสัยหรือตั้งคำถามกับคำกล่าวดังกล่าวก็เพราะ ในแง่มุมหนึ่ง ตั้งแต่เด็กจนโต ผมไม่เคยเห็นข่าวแม่ค้าไล่ตบดาราดาวร้ายปรากฏขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงเลย ส่วนในอีกในแง่ ผมก็มีความเชื่อว่าคนเราสามารถจะแยกโลกแห่งจินตนาการ/ความเพ้อฝันที่ปรากฏอยู่ในละครโทรทัศน์ออกจากโลกแห่งความเป็นจริงได้ ดังนั้นนอกจากเรื่องแม่ค้าไล่ตบดาวร้ายจะไม่น่าเป็นความจริงแล้ว คำกล่าวดังกล่าวยังถือเป็นการดูถูกกลุ่มบุคคลอย่างแม่ค้าอีกด้วย ว่าพวกเธอไม่สามารถแยกแยะจินตนาการ/ความเพ้อฝันและความเป็นจริงออกจากกันได้
จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เอง ที่ผมมีโอกาสได้ดูละครเรื่อง "สงครามนางฟ้า" ของบริษัท Exact ทางช่อง 5 ซึ่งละครเรื่องนี้ก็เล่นกับคำกล่าวประเภท "นางร้ายถูกตบด้วยเปลือกทุเรียน" ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการสรุปท้ายให้ตัวละครนางร้ายอย่างเชอร์รี่ (แสดงโดยเป้ย ปานวาด) ถูกตบด้วยเปลือกทุเรียนในตอนจบของละคร อย่างไรก็ตาม คนที่จัดการลงมือทำร้ายเชอร์รี่ก็ไม่ใช่พวกแม่ค้าแต่อย่างใด ทว่าเป็นตัวละครแม่ผัวและพี่สะใภ้ของเธอ
ล่าสุดผมมีโอกาสได้ดูละครเรื่อง "ความลับของซูเปอร์สตาร์" โดยผู้สร้างรายเดียวกัน ซึ่งบทสรุปในตอนท้ายของละครเรื่องนี้ก็มีความน่าสนใจเช่นกัน กล่าวคือ จุดจบของดาวร้ายในเรื่องอย่างเนตรดาว (บี น้ำทิพย์) ซึ่งแสดงเป็นดาราภาพลักษณ์ดีแต่แท้จริงแล้วกลับมีนิสัยร้ายกาจ ก็ได้แก่การถูกรุมทำร้ายจากบรรดาแม่ค้าในตลาด ก่อนที่เธอจะถูกฆ่าตายโดยผู้จัดการส่วนตัวของตนเองในที่สุด (มิหนำซ้ำ ละครเรื่องนี้ยังเสนอฉากบรรดาแม่ค้าไปรุมทำร้ายรุมด่าดาราในอีกหลายตอน เช่น ตอนที่พระเอก -มอส- ต้องตกอับเพราะดันไปทำเด็กสาวในบ้านท้อง ทั้งที่มีเนตรดาวเป็นคู่หมั่นอยู่แล้ว บรรดาแม่ค้าทั้งหลายก็จะจับกลุ่มไปรุมด่าพระเอกและทำร้ายร่างกายแม่ของพระเอกถึงหน้าบ้าน)
พิจารณาจาก "ความลับของซูเปอร์สตาร์" เราอาจสามารถวิพากษ์วิจารณ์ผู้สร้างละครได้ว่า พวกเขากำลังดูถูกดูแคลนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพแม่ค้าว่าไม่สามารถแยกแยะความจริงออกจากความลวงได้ ผ่านการสร้างภาพตัวแทนเป็นกลุ่มแม่ค้าผู้เหลวไหลขึ้นมาในละคร ทั้งที่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว เราก็ยังไม่เคยเห็นบรรดาแม่ค้าไปรวมกลุ่มกันเล่นงานดาราดาวร้ายเลยสักกรณีเดียว
อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้หรือไม่ว่ากลุ่มตัวละครแม่ค้าใน "ความลับของซูเปอร์สตาร์" อาจส่องสะท้อนหรือเป็นภาพตัวแทนของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มในโลกแห่งความเป็นจริง/ในบริบทของสังคมไทยที่รายล้อมละครเรื่องนี้อยู่ โดยกลุ่มบุคคลในโลกแห่งความเป็นจริงดังกล่าวก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นในฐานะการรวมกลุ่มของบรรดาแม่ค้าอย่างเด่นชัด (แต่เป็นไปได้ว่า อาจมีบางคนในหมู่พวกเขา/เธอที่ประกอบอาชีพค้าขาย) แต่เป็นการรวมกลุ่มโดยมีอุดมการณ์ทางการเมืองบางอย่างร่วมกันมากกว่า และเป้าหมายที่พวกเขา/เธอมุ่งก่อกวน ด่าทอ ให้ร้าย ตลอดจนกีดกันเสรีภาพในการใช้ชีวิต ก็ไม่ใช่แค่ดาราดาวร้ายในละครโทรทัศน์แต่อย่างใด หากเป็นนักการเมืองเรื่อยไปจนถึงนายกรัฐมนตรี (อดีตนายกรัฐมนตรี) ซึ่งพวกเขา/เธอเห็นว่าเป็นปิศาจชั่วร้ายเลวทรามซึ่งมีสถานะเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับตนเอง
ในโลกแห่งความเป็นจริง พวกเขา/เธอเหล่านี้อาจเป็นผู้ชมที่มีความกระตือรือร้นอย่างสูง ซึ่งถูกกระตุ้นเร้าอารมณ์โดยรายการเรียลลิตี้โชว์ทางการเมืองในระดับประเทศ และแพร่กระจายกิจกรรมการเคลื่อนไหวของตนเองไปในสถานที่สาธารณะต่าง ๆ นับตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองจนถึงสนามบินส่วนภูมิภาค แต่ขณะเดียวกัน โลกแห่งจินตนาการ/ความเพ้อฝันในละครโทรทัศน์ร่วมสมัยก็ได้สร้างภาพตัวแทนบางอย่างที่สอดคล้อง/ยั่วล้อกับกลุ่มบุคคลในโลกแห่งความจริงกลุ่มนี้ออกมาได้อย่างน่าสนใจ (ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม)
นี่อาจเป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่ทำให้เราได้มองเห็นถึงสายสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนระหว่าง "ความจริง" ในโลกแห่งความเป็นจริง กับ "ความจริง" ในโลกเสมือน ในสังคมไทย ซึ่งนับวันจะสามารถถูกพิจารณาแยกแยะออกจากกันได้อย่างยากลำบากมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
edit @ 12 Oct 2008 17:06:04 by คนมองหนัง