2009/Jan/06

บทกวีการเมืองของไม้หนึ่ง ก.กุนที

นับตั้งแต่ช่วงประมาณเรียนมัธยมปลายมาจนถึงปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าชีวิตการอ่านบทกวีของผม เติบโตมาพร้อมกับพัฒนาการในการเขียนบทกวีของ ไม้หนึ่ง ก.กุนที อย่างค่อนข้างแนบแน่น

ช่วงเรียนมัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัยปี 1 บทกวีที่น่าตื่นเต้นสำหรับผม คืองานที่เสาะแสวงหาความดีงาม ตั้งคำถามและใส่ใจในประเด็นเรื่องศาสนา ตลอดจนพรรณนาถึงความรักหรือความเหงาของคนในเมืองใหญ่ ดังเช่น งานในยุคต้น ๆ ของไม้หนึ่ง

พอเติบโตขึ้นมาหน่อย ผมเริ่มหันมาสนใจในประเด็นทางปรัชญา, เพศ, หรือเรื่องโพสต์โมเดิร์น เช่นเดียวกันกับงานในยุคกลางของไม้หนึ่งที่ใส่ใจในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว ดูเหมือนผมจะไม่ค่อยเห็นสอดคล้องกับสิ่งที่ไม้หนึ่งเขียนสักเท่าใดนัก ทว่าอย่างน้อย ผมก็ยังสามารถถกเถียงในประเด็นเดียวกันกับเขาผ่านการอ่านบทกวีที่เขาแต่งขึ้นมาได้ 

หลังจากนั้น คล้ายกับว่างานไม้หนึ่งค่อนข้างจะหายไปจากห้วงความรับรู้/ความสนใจของผม กระทั่งหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา ไม้หนึ่งซึ่งว่ากันว่าขึ้นไปอ่านบทกวีบนเวทีการชุมนุมของนปก.หรือ นปช. ด้วยในช่วงเวลาหนึ่ง ก็แต่งบทกวีการเมืองที่มีเนื้อหาคมคายและน่าสนใจออกมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะงานหลายชิ้นที่มุ่งวิพากษ์วิจารณ์ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองของสังคมไทยอย่างเจ็บแสบและแหลมคม อาจกล่าวได้ว่า ในช่วงเวลาประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ผมได้กลับมาพบรักกับไม้หนึ่งอีกครั้งหนึ่งผ่านการอ่านบทกวีการเมืองของเขา ในยุคที่การเมืองไทยกำลังสับสนวุ่นวายและคล้ายจะดำเนินไปสู่ความมืดมน 

 

หนังสือรวมบทความ เพศ: จากธรรมชาติ สู่จริยธรรม จนถึงสุนทรียะ โดย ธเนศ วงศ์ยานนาวา และ หนังอาร์ตไม่ได้มาเพราะโชคช่วย: ว่าด้วยการขึ้นมาเป็นศิลปะของภาพยนตร์ในสังคมบริโภค โดย ธนา วงศ์ญาณณาเวช

งานเขียนหรือหนังสือรวมบทความของธเนศ วงศ์ยานนาวา/ธนา วงศ์ญาณณาเวช อาจเป็นที่รู้จักกันในวงแคบ ๆ และคงไม่สามารถจะถูกยกสถานะให้กลายเป็นหนังสือขายดียอดนิยมได้ อย่างไรก็ตาม ตรรกะของสังคมบริโภคนั้น ไม่ได้มุ่งสนใจเพียงแค่ว่าสินค้าที่ถูกผลิตจะขายดีหรือไม่ และมีผู้บริโภคซื้อสินค้าเหล่านั้นไปใช้สอย/สอดใส่คุณค่าต่าง ๆ ในจำนวนมากน้อยแค่ไหน แต่ตรรกะสำคัญอีกประการหนึ่งของสังคมบริโภค ก็คือ การมี ทางเลือก ในการบริโภค และดูเหมือนตัวของธเนศ/ธนาจะพยายามตอบสนองต่อตรรกะดังกล่าวอย่างจริงจัง ผ่านการผลิตสินค้า/หนังสือที่มีชื่อของตนเองประทับตราอยู่ให้กลายเป็นสินค้าทางเลือกใหม่ ๆ (ในแง่ของเนื้อหาที่ซับซ้อน ลุ่มลึก และอ่านไม่ง่าย) ในสังคมบริโภคแบบไทย ๆ

หากมองแค่หน้าปกและชื่อหนังสือของ เพศฯ และ หนังอาร์ตไม่ได้มาเพราะโชคช่วยฯ ก็อาจดูเหมือนว่าประเด็นหลักที่หนังสือนำเสนอเคยปรากฏมาบ้างแล้วในหนังสือภาษาไทยบางเล่ม อย่างไรก็ตาม เมื่อลงมืออ่านอย่างจริงจัง เราจะพบได้ว่าสิ่งที่ธเนศ/ธนาเสนอในหนังสือสองเล่มดังกล่าวนั้น ได้สร้าง ทางเลือก ทางความคิดที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนให้แก่การพิจารณาประเด็นว่าด้วยเรื่องเพศและหนัง (อาร์ต) ที่เคยดำรงอยู่ในแวดวงการสาธารณสุข ภาพยนตร์ ศิลปะ หนังสือ ตลอดจนวรรณกรรมไทยร่วมสมัย 

 

บทวิจารณ์นวนิยายเรื่อง ความสุขของกะทิ ในวารสาร อ่าน โดย คำ ผกา

หลายคนอาจประทับใจหรือตื่นเต้นกับคอลัมน์ของคำ ผกาในมติชนสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะในเวลาที่เธอเขียนเรื่องการเมือง อย่างไรก็ตาม ผมกลับรู้สึกไม่ตื่นเต้นกับงานเขียนเหล่านั้นมากนัก (แม้จะชอบและรู้สึกสนุกอย่างมากเวลาอ่านก็ตามที) เนื่องจากเรายังสามารถพบเห็นเงาของนักวิชาการรุ่นใหญ่หลายต่อหลายคนซึ่งส่งอิทธิพลทาบทับมายังวิธีคิดที่ปรากฏในงานเขียนของเธอ เพียงแต่ภาษาและอารมณ์ขันจิกกัดที่คำ ผกาใช้นั้นมีความจัดจ้านแบบชาวบ้านมากกว่า ดังนั้นงานเขียนของเธอจึงมีเสน่ห์ที่ผิดแผกแตกต่างออกไปจากงานเขียนของนักวิชาการมือดีทั้งหลาย

สำหรับผม งานเขียนที่น่าประทับใจจริง ๆ ของคำ ผกาในปีนี้กลับเป็นบทวิจารณ์นวนิยายเรื่อง ความสุขของกะทิ ในวารสาร อ่าน เล่มสอง (จริง ๆ แล้ว ผมก็เริ่มประทับใจคำ ผกาเป็นครั้งแรก จากงานวิจารณ์วรรณกรรมไทยของเธอที่เคยปรากฏในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์) แน่นอนวิธีคิดของเธอที่ปรากฏในบทวิจารณ์ชิ้นนี้ก็ยังคงไม่ได้หลีกหนีไปจากความคิดและงานเขียนของนักวิชาการรุ่นใหญ่ ๆ (ที่พยายามจะต้านทานหรือเสนอแนะทางเลือกอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือความคิดกระแสหลักในสังคมไทย) มากสักเท่าใดนัก แต่ความพิเศษของบทวิจารณ์ชิ้นนี้ก็คือ อย่างน้อยเราแทบจะไม่ได้เห็นนักวิชาการทางสังคม-มนุษยศาสตร์ที่มีความรู้และมีเครื่องมือทางทฤษฎีที่ทรงพลังทั้งหลายเข้ามาแสดงบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์วรรณกรรมไทยร่วมสมัย (ที่อาจเข้าถึงคนอ่านมากกว่างานเขียนของนักวิชาการเหล่านั้น) อย่างจริงจังแต่อย่างใด ดังนั้นงานวิจารณ์วรรณกรรมรางวัลซีไรต์เรื่อง ความสุขของกะทิ ของคำ ผกา จึงสามารถช่วยสร้างวิธีการมองโลก/วิธีการวิพากษ์วิจารณ์ที่น่าตื่นเต้นให้แก่แวดวงวรรณกรรมไทยร่วมสมัยได้อย่างน่าชื่นชม (ในยุคที่ไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นมากนักในแวดวงวรรณกรรมไทยร่วมสมัย)  

งานเขียนว่าด้วยหนัง, เพลง, และสังคมการเมือง ของ รุ้งรวี ศิริธรรมไพบูลย์ และ รุ้งรวี & รวีพลอย ในนิตยสารวอลลุ่ม

สำหรับหลายคน นิตยสารวอลลุ่มอาจเป็นเพียงแค่นิตยสารแฟชั่น/ผู้หญิงรายปักษ์เล่มหนึ่ง ที่มีภาพแฟชั่นอันร้อนแรงทรงเสน่ห์ปรากฏออกมาเป็นระยะ ๆ แต่สำหรับผม วอลลุ่มยังมีดีที่งานเขียนวิจารณ์หนัง, เพลง, และซุบซิบเรื่องสังคมการเมืองของรุ้งรวี ศิริธรรมไพบูลย์ และรุ้งรวี & รวีพลอย แม้งานของเธอ (ผมเข้าใจเอาเองว่า รุ้งรวี ศิริธรรมไพบูลย์ และ รุ้งรวี & รวีพลอย คืนคน ๆ เดียวกัน) อาจจะไม่ได้มีคุณภาพเลอเลิศและเต็มไปด้วยความคิดอันคมคายเสียทุกชิ้น ทว่างานเขียนหลายชิ้นของรุ้งรวีก็สามารถเปิดมุมมองหรือตั้งคำถาม โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการเมืองไทยในช่วงขวบปีที่ผ่านมา ได้อย่างแหลมคมและมีอารมณ์ขัน ซึ่งผิดแผกไปจากการพยายามเขียนเรื่องการเมืองของคอลัมนิสต์คุณภาพในสายงานวิจารณ์บันเทิงจำนวนหนึ่ง ที่มักจะไม่คมคาย เกรี้ยวกราดได้แค่กับพวกนักการเมือง และเอ่อล้นไปด้วยอารมณ์ตลกฝืด

 

edit @ 6 Jan 2009 23:40:12 by คนมองหนัง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
Hot!
เขียนเหมือนใจผมเลยbig smile
#1  by  N.P At 2009-01-07 17:45, 
ขอบคุณครับ big smile
#2  by  คนมองหนัง At 2009-01-07 22:10, 
ปกติเราซื้อ VOLUME เพื่อจะฉีกแต่หน้า CENTERFOLD กับหน้าแฟชั่นเก็บไว้ และกะว่าจะโยนส่วนที่เหลือทิ้งไป แต่หลังจากได้อ่านสิ่งที่คุณคนมองหนังเขียนแล้ว ก็เลยตั้งใจว่าจะลองอ่านบทความพวกนี้ดูก่อนเพื่อตัดสินใจว่าควรจะเก็บบทความบางอันไว้ด้วยหรือไม่

big smile
#3  by  MdS (58.136.25.248) At 2009-01-10 16:46, 
555 ดีครับ

อ่อที่ผมลืมเขียนไปก็คือ นอกจากเขียนเรื่องหนัง,เพลง, สังคมการเมืองแล้ว คุณรุ้งรวีก็ยังเขียนคอลัมน์แนะนำหนังสือในวอลลุ่มด้วย

ป.ล.
จริง ๆ แล้วผมก็เคยมองข้ามงานเขียนหลายชิ้นในนิตยสารวอลลุ่ม (รวมทั้งนิตนสารอื่น ๆ) ไปไม่น้อยเหมือนกัน เช่น ผมเพิ่งมาทราบเอาตอนหลังว่า เรื่องสั้นดี ๆ หลายเรื่องของคุณภาณุ ตรัยเวช ก็เคยได้รับการตีพิมพ์ลงในวอลลุ่ม ก่อนจะถูกนำไปรวมเล่ม แต่ผมกลับมองข้ามมันไป เป็นต้น
big smile
#4  by  คนมองหนัง At 2009-01-13 04:16, 

<< Home


คนมองหนัง
View full profile