2009/Jan/28

เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมเพิ่งมีโอกาสได้ดูหนังเรื่อง "ชั่วฟ้าดินสลาย" ผลงานการกำกับของ มารุต หรือ ทวี ณ บางช้าง ทางช่องทีวีไทย 

 

หลังจากดู ชั่วฟ้าดินสลาย จบลง ผมรู้สึกว่าตัวเอง "ถูกหลอก" อยู่นานมากเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ (น่าจะตั้งแต่ประมาณตอนเรียนประถมต้น) เพราะถ้าจำไม่ผิด สมัยผมยังเด็กมาก พี่สาวเคยเล่าเรื่องราวย่อ ๆ เกี่ยวของหนังเรื่องนี้ให้ฟัง ซึ่งเรื่องราวคร่าว ๆ ดังกล่าวก็คล้ายคลึงกับชั่วฟ้าดินสลายที่ผมเพิ่งได้ดูตอนวันเสาร์นั่นแหละ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่ผมได้ฟังตอนเด็ก กลับมีลักษณะในการประณามพระเอกนางเอก/ชู้รักในหนังอย่างชัดแจ้ง นอกจากนี้ ความรักของชู้รักในหนังก็ค่อย ๆ เลวร้ายลงเรื่อย ๆ ตามลำดับ (จากการเริ่มต้นอย่างหวานฉ่ำ) ด้วยความที่ต่างฝ่ายต่างเห็นแก่ตัว ก่อนจะลงเอยด้วยความตายของฝ่ายหญิงและความบ้าของฝ่ายชายในที่สุด สำหรับตัวละครนายห้างจากเรื่องเล่าที่ผมได้ฟังในตอนเด็ก ก็ดูเหมือนจะเป็นผู้มีอำนาจสัมบูรณ์สูงสุดในหนัง แล้วชีวิตของเขาก็ดำเนินต่อไปได้อย่างยิ่งใหญ่ภายหลังจากความรักที่พังพินาศลงของคู่พระนางในตอนท้ายเรื่อง

แต่เมื่อมาดูหนังเรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย จริง ๆ ผมกลับรู้สึกว่า ความรักของพระเอกนางเอก/ชู้รักในหนังไม่ได้มีเฉดสีที่ไล่เรียงจากสว่างใสไปสู่มืดหม่นตามลำดับเสียทีเดียว แต่มันอาจเริ่มต้นจากความสว่างใสแล้วค่อย ๆ ไล่เรียงไปสู่ความมืดหม่น ทว่าก็กลับมาสว่างใสอีกเป็นระยะ ๆ ก่อนจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมที่ไม่ได้มืดหม่นเสียทีเดียวในท้ายที่สุด เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกนางเอกภายหลังถูกลงโทษให้ล่ามโซ่เข้าด้วยกันในหนังเรื่องนี้ไม่ได้ดำเนินไปอย่างเลวร้ายลงตามลำดับ หากเป็นความสัมพันธ์ประเภทเดี๋ยวร้าย (เห็นแก่ตัว) เดี๋ยวรัก เดี๋ยวอยากตาย เดี๋ยวอยากมีชีวิตต่อ สลับกันไปอย่างมีความเป็นมนุษย์ นอกจากนี้ ความตายที่เกิดขึ้นของนางเอกในตอนท้ายเรื่อง ก็ดูเหมือนจะเป็นการเสียสละของฝ่ายหนึ่งมากกว่าการเอาเปรียบของอีกฝ่าย (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด) แม้ว่าภายหลังจากความตายดังกล่าว หนังจะแสดงให้เห็นถึงท่าทีของพระเอกที่เรียกร้องหากุญแจมาไขโซ่ที่ล่ามตัวเองไว้กับฝ่ายหญิงก็ตามที แต่อย่างน้อย เมื่อนายห้างไม่ยอมมอบกุญแจให้ พระเอกก็เป็นฝ่ายตัดสินใจแบกศพหญิงคนรักออกจากอำนาจของนายห้างผู้เป็นอา/เจ้านาย/เจ้าชีวิตอย่างเด็ดเดี่ยว (และนำศพของเธอไปฝังในตอนจบของหนัง) จนส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกประการหนึ่งตามมา

ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังรู้สึกทึ่งที่ว่า สุดท้ายแล้วชีวิตของตัวละครอีกตัวหนึ่งที่พังพินาศลงยิ่งกว่าชีวิตของพระเอกนางเอกในหนังเรื่องนี้เสียอีกกลับเป็นชีวิตของนายห้างผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งทั้งเสียเมีย เสียหลาน และดูเหมือนจะสูญเสียอำนาจในการปกครองผู้คนตามไปด้วย

ถ้าสังเกตให้ดี เราจะได้เห็นลักษณะทางชนชั้นหรือลำดับขั้นในการปกครองคนที่ไม่เป็นระบบระเบียบเรียบร้อยหรือไม่ค่อยมีความลงตัวนักในหนังเรื่องนี้ เช่น แม้นายห้างอาจมีอำนาจสิทธิ์ขาด ด้วยการตบหน้าคนใช้ที่พูดจาเสียดแทงใจตนเองได้ แต่อย่าลืมว่าคนใช้ก็สามารถเดินเข้าไปพูดจากระทบจิตใจของเจ้านายได้อย่างกล้าหาญเช่นกัน, การที่บรรดาคนใช้พยายามลองของยุพดี (นางเอก) ในตอนต้นเรื่อง, การที่ทิพย์ (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) ผู้ช่วยของนายห้าง พยายามใช้อำนาจกดขี่คนงานต่าง ๆ ตลอด -คล้ายกับเป็นการเลียนการใช้อำนาจของนายห้าง- แต่คนงานเหล่านั้นกลับมีทีท่าเพิกเฉยไม่สนใจไยดีต่อการใช้อำนาจของเขา, หรือในฉากสำคัญตอนท้ายเรื่อง ที่คนงานคนหนึ่งขว้างก้อนหินไปใส่กระจกบ้านของนายห้าง เพื่อแสดงความไม่พอใจที่นายห้างตัดสินใจลงโทษพระเอกนางเอกต่อไปภายหลังจากการตายของนางเอก ซึ่งนำไปสู่ความวอดวายของชีวิตนายห้างในที่สุด

ผมจึงไม่แน่ใจว่า ตัวบทประพันธ์ "ชั่วฟ้าดินสลาย" ของมาลัย ชูพินิจ จะมีลักษณะบางอย่างที่สอดคล้องต้องกันกับวรรณกรรมจำนวนหนึ่งของนักเขียนกลุ่มสุภาพบุรุษหรือไม่? (เช่น ข้างหลังภาพ) คือ เป็นเรื่องราวที่อิงอยู่กับบริบททางสังคม-การเมืองภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 ซึ่งมีการพูดถึงการสูญเสียอำนาจของผู้มีอำนาจยุคเก่า (ในนิยายเรื่องนี้ก็คือ นายห้าง) ที่ถูกคุกคามโดยเมียและหลานชายของตัวเองที่เป็นชู้รักกัน อีกทั้งยังไม่สามารถปกครองคนใต้ปกครองได้ จนต้องตรอมใจ/ยอมสิ้นใจตายกลางกองเพลิงที่ตนเองเป็นผู้จุดขึ้นในท้ายที่สุด 

 

หลังจากดู ชั่วฟ้าดินสลายทางทีวีจบ ผมจึงเพิ่งมาทราบจากกระทู้ที่พูดหนังเรื่องนี้ในเว็บบอร์ดเฉลิมไทยว่า ชั่วฟ้าดินสลาย เคยถูกนำมาสร้างเป็นหนังใหม่อีกครั้งหนึ่งในทศวรรษ 2520 และเรื่องย่อของหนังเวอร์ชั่นหลังก็สอดคล้องกับเรื่องเล่าที่ผมเคยฟังตอนเด็ก ๆ มาก ดังนั้น ผมจึงคงไม่ได้ "ถูกหลอก" เสียทีเดียว แต่น่าจะเป็นการเข้าใจผิดอย่างผิดฝาผิดตัวเล็กน้อยเสียมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การสร้างให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกนางเอกมีความหายนะและด้านมืดที่เด่นชัดมากยิ่งขึ้น และการปรับเปลี่ยนให้นายห้างมีอำนาจสูงสุดอย่างคงทนสถาวร ของชั่วฟ้าดินสลายฉบับทศวรรษ 2520 ก็อาจแสดงให้เราได้เห็นถึงเป็นการแปรผันของ ตัวบท ตามบริบททางสังคม-การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจมิใช่น้อยเช่นกัน

 

edit @ 28 Jan 2009 03:05:27 by คนมองหนัง

edit @ 28 Jan 2009 03:08:13 by คนมองหนัง

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
น่าสนใจดีครับ อ่านแล้วยาวเลย
#1  by  1000za (124.120.183.239) At 2009-01-30 11:47, 

<< Home


คนมองหนัง
View full profile