2009/Jul/03

ขอประเดิมด้วยบทกวีอันคมคายของ "เทอด ประชาทิพย์" อีกเช่นเคยครับ บทกวีชิ้นนี้ตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 3-9 กรกฎาคม 2552 

นายพจน์ พหลโยธิน

คือเชษฐบุรุษยุทธนา

เปลี่ยนประเทศของประชาเปิดฟ้าใหม่

คือขุนศึกสู้เพื่อประชาชัย

รบสร้างยุคสมัยประชาชน

คือพี่ผู้ชายกายใจแกร่ง

นำไฟแรงลุกไหม้เมฆมัวหม่น

โถมชีวิตอุทิศทั้งตัวตน

เป็นชาติเสือแห่งพหลโยธิน

คือชาติเสือที่ไว้ลายชายไว้ชื่อ

ดิบซื่อ ถือสัตย์ ไร้ทรัพย์สิน

สุ่มเสี่ยงหัวหลุดเลือดโลมดิน

แลกปีติยินดีราษฎร

คือคนอ่านคำประกาศอันโอหัง!

ปักหมุดลงเต็มกำลังตัดสิงขร

บังคับสิ่งล้าหลังล้มลงนอน

โรยรินลมอ่อน ๆ จะขาดใจ...

แต่อสูรอันไม่ได้ถูกสังหาร

วันคืนผ่านพลันพลิกฟื้นขึ้นมาใหม่

แล้วแข็งแกร่งเกาะกุมคุมกลไก

สานเครือข่ายครอบคลุมทุกครัวเรือน

ตัดต่อพันธุกรรมไทยให้ใจทาส

หลงโง่เรียนประวัติศาสตร์อย่างคลาดเคลื่อน

จิตนิยมจมความดีที่ฟั่นเฟือน

บุญกุศลโสโครกเปื้อนเลือดน้ำตา

คิดถึง พจน์ พหลโยธิน

คล้ายยังยินเสียงคำประกาศกล้า

ก้องกังวาน 24 มิถุนา

คือวันชาติ คือวันแห่งประชาชัย!

 

แล้วก็ขอต่อด้วยบทกวีน่าสนใจจากมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 10-16 กรกฎาคม 2552 อีกสองชิ้นครับ ชิ้นแรกเป็นของวรพจน์ พันธุ์พงศ์ ส่วนชิ้นที่สองเป็นของเทอด ประชาทิพย์ เจ้าเก่า

บัวบานในนคร

บัวหนึ่งบานรับแสงแห่งอรุณ

แรกรุ่นกลางสระประชาทิพย์

เคี่ยวกรำจากความถ่อยเถื่อนดิบ

กรวดทรายกะพริบพราวเป็นพลอยงาม

ดอกเดียว เม็ดเดียว คนเดียว

เด็ดเดี่ยวท้าทายการหยันหยาม

ผ่านคืนเสียงปืนคำราม

ผ่านวันแห่งคำถามที่ซ้ำวน

สง่า สะอาด สงบ

รบด้วยหลักสัจจะและเหตุผล

เปลือยเล่ห์หมอผีนักเล่นกล

ปลอบโยนคนยากรากหญ้า--สู้

เวิ้งว้างธารธาราน่าหวั่นหวาด

คลื่นลมแรงซัดสาดไม้ล้มลู่

บัวหนึ่งนั้นยังมั่นคงเชิดช่อชู

ฟ้าดินรู้มวลชนรักพิทักษ์เทอด

โบราณบอกดอกบัวมีสี่เหล่า

บ้างโดนปลาปูเต่ากินก่อนเกิด

แต่ดอกหนึ่งผลิบานแล้วแพร้วเพริศ

ดวงตาเปิดโลกเปลี่ยนคนเรียนเร็ว

 

ทุนธรรม

ขบวนการเศรษฐกิจ

เคลื่อนชีวิตคนก้าวหน้า

ไม่ใช่ปลูกแต่ผักหญ้า

ต้องทำมาแล้วค้าขาย

แนวรบทางการเมือง

จะไม่อาจชนะได้

หากขาดซึ่งปัจจัย

ท่อน้ำเลี้ยงเสบียงทุน

กงล้อประวัติศาสตร์

ใช้หยดเหงื่อหยาดเลือดหมุน

ไม่ได้กลิ้งด้วยบาปบุญ

คุณธรรมที่จอมปลอม

ห้องโถงพิมานทอง

พัฒนาจากกระท่อม

มวลชนที่สุกงอม

พร้อมก่อเกิดทุกสิ่งอัน

มือตีนธรรมดา

หยาบด้านหนามารังสรรค์

วิสสุกรรมเทวัญ

ไม่ได้เนรมิตเมือง

ราษฎรตาดำ ๆ

ลงกำลังอย่างต่อเนื่อง

คือสายพานสู่รุ่งเรือง

คือเครื่องจักรสร้างเมืองทอง

ธรรมชาติของชีวิต

โตตามแสงอาทิตย์ส่อง

โลกวิวัฒน์โดยครรลอง

ต้องเพิ่มพูนทุนประชา

edit @ 10 Jul 2009 00:04:16 by คนมองหนัง

edit @ 10 Jul 2009 00:04:50 by คนมองหนัง

Comment

Comment:

Tweet


คนมองหนัง
View full profile